ยางชะลอความเร็วพร้อมช่องสายเคเบิ้ล ป้องกันการชำรุดของสาย รองรับน้ำหนักสูงถึง 5 ตัน
ช่วยให้การใช้งานปลอดภัยต่อทั้งยานพาหนะและสายเคเบิ้ล ด้ายยางชะลอความเร็วพร้อมช่องสายเคเบิ้ล
รับน้ำหนักสูงสุด 5 ตัน
ทนทานต่อการกดทับในพื้นที่ที่มีการใช้งานหนัก
ทนทานต่อสภาพอากาศ
ความร้อน ความเย็น ความชื้น และรังสี UV ทำให้สามารถใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคารโดยไม่เสียสภาพ
มีช่องใส่สายหลายขนาด
ช่องภายในรองรับสายเคเบิ้ลหลายขนาด ทำให้สามารถจัดเก็บและปกป้องสายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วัสดุยางคุณภาพสูง
ทนทานต่อแรงกด แรงกระแทก และการใช้งานในระยะยาว
สีสะท้อนแสง
สีเหลือง-ดำที่มองเห็นได้ชัดเจนในที่มืดหรือแสงน้อย เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ในช่วงเวลากลางคืน
ปรับความยาวได้ตามความต้องการ
เชื่อมต่อหรือต่อยางป้องกันหลายชิ้นเข้าด้วยกันได้ ทำให้สามารถขยายความยาวได้ตามต้องการ
Block "323" not found
- สายเคเบิ้ลเสียหาย : สายเคเบิ้ลที่วางอยู่บนพื้นถนนโดยไม่มีการป้องกันอาจได้รับความเสียหายจากการถูกยานพาหนะที่วิ่งผ่านทับ ซึ่งอาจทำให้สายเคเบิ้ลชำรุดหรือขาด
- อันตรายต่อยานพาหนะ : ยานพาหนะที่วิ่งทับสายเคเบิ้ลโดยไม่รู้ตัวอาจเกิดความเสียหาย เช่น ล้อรถหรือระบบกันสะเทือนอาจเสียหายจากการวิ่งผ่านสายเคเบิ้ลที่วางไม่เรียบ
- ผลกระทบต่อการสัญจร : หากไม่มีระบบชะลอความเร็ว ยานพาหนะอาจวิ่งด้วยความเร็วสูง ซึ่งอาจทำให้ยานพาหนะเกิดการกระแทกหรือเหยียบสายเคเบิ้ล ทำให้เกิดความเสียหาย
- ความเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร : สายเคเบิ้ลที่ไม่มีการป้องกันอาจถูกกัดกร่อนหรือชำรุดจนเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้เกิดไฟไหม้หรือความเสียหายต่ออุปกรณ์
- ด้านกฎหมาย : ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กำหนดให้อาคารทุกประเภทต้องมีระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสารที่ปลอดภัย โดยต้องมีการจัดเก็บสายไฟและสายสัญญาณอย่างเป็นระเบียบและปลอดภัย ดังนั้น หากอาคารใดไม่มีการติดตั้งยางป้องกันสายเคเบิ้ล อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้
Block "21674" not found
Block "333" not found
- ป้องกันสายเคเบิ้ลเสียหายจากการกดทับ : การใช้ยางชะลอความเร็วพร้อมระบบป้องกันสายเคเบิ้ลจะช่วยป้องกันสายจากการถูกยานพาหนะทับโดยตรง ลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายกับสายเคเบิ้ลการสะดุดล้มในพื้นที่ที่มีการเดินผ่านบ่อย
- ลดความเสียหายต่อยานพาหนะ : ยางชะลอความเร็วช่วยให้ยานพาหนะสามารถผ่านพื้นที่ที่มีสายเคเบิ้ลอย่างปลอดภัย ลดโอกาสที่ล้อหรือระบบของยานพาหนะจะเกิดความเสียหายจากการทับสายเคเบิ้ล
- เพิ่มความปลอดภัยจากไฟฟ้าลัดวงจร: ป้องกันสายไฟไม่ให้ชำรุด ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรและไฟไหม้
- เพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร : ยางชะลอความเร็วช่วยลดความเร็วของยานพาหนะ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในบริเวณที่มีสายเคเบิ้ลวางอยู่
- จัดการพื้นที่เป็นระเบียบ : ยางชะลอความเร็วช่วยให้สามารถวางสายเคเบิ้ลได้อย่างเป็นระเบียบและป้องกันการเคลื่อนที่ของสาย ทำให้ดูเรียบร้อยและง่ายต่อการจัดการ
- รองรับการจัดเก็บสายเคเบิ้ลหลายขนาด : ยางป้องกันสายเคเบิ้ลมักออกแบบให้มีช่องหลายขนาด ทำให้สามารถจัดเก็บสายไฟหลายประเภทได้ในชิ้นเดียวกัน
- สามารถรองรับการรับน้ำหนักได้ดี : ยางชะลอความเร็วเหล่านี้สามารถรองรับน้ำหนักของรถยนต์ รถบรรทุก หรือยานพาหนะอื่น ๆ ที่มีน้ำหนักสูงได้อย่างปลอดภัย โดยทั่วไปสามารถรองรับน้ำหนัก
- ช่วยให้เป็นไปตามกฎหมาย : เนื่องจากตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กำหนดให้อาคารทุกประเภทต้องมีระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสารที่ปลอดภัย โดยต้องมีการจัดเก็บสายไฟและสายสัญญาณอย่างเป็นระเบียบและปลอดภัย ดังนั้น หากอาคารใดไม่มีการติดตั้งยางป้องกันสายเคเบิ้ล อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้
- เหมาะสำหรับทุกพื้นที่: สามารถใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร รวมถึงสถานที่ต่างๆ เช่น ลานจอดรถ ห้างสรรพสินค้า
- ป้องกันการลื่นไถล : พื้นผิวของยางชะลอความเร็วถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการลื่นไถล ทำให้ยานพาหนะสามารถชะลอความเร็วได้อย่างปลอดภัยแม้ในสภาพพื้นเปียกหรือฝนตก
Block "339" not found
วัสดุ
ยาง
ขนาด(กว้างxยาวxสูง)
98×29.5×5.5 cm. (ยxกxส) (+-2 Cm.)
ความกว้างช่องเคเบิ้ล(กว้างxสูง)
3.5 x 3 cm. ( จำนวน 2 ช่อง )
สี
เหลือง – ดำ
น้ำหนัก
8.3 Kg.
รองรับน้ำหนัก
3-5 ตัน
คุณลักษณะพิเศษ
ช่องใส่สายเคเบิ้ล 2 ช่อง
Block "21674" not found
Free Delivery World Wide* Learn more
Loved by our Customers. 5000+ Reviews
Free Returns and Free Shipping
Our BestSellersBrowse All
Latest on SaleBrowse all
Weekly Featured ProductsBrowse all
ขั้นตอนที่ 1 :มาร์คจุดที่ต้องการติดตั้ง เจาะปูนด้วยสว่านเจาะปูน
ขั้นตอนที่ 2 : นำสายไฟใส่ในช่อง
ขั้นตอนที่ 3 : ติดตั้งพุก และระเบิดพุก
สันชะลอความเร็ว
“สันชะลอความเร็ว” หมายถึง ส่วนก่อสร้างเพิ่มเติมในแนวขวางทิศทางการจราจรที่ยกสูงจากถนนปกติ เพื่อชะลอความเร็วของยานพาหนะที่สัญจรบนถนน โดยการทําให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะรู้สึกถึงความไม่สะดวกในการขับขี่ผ่านสันชะลอความเร็วด้วยความเร็วที่มากกว่าที่ออกแบบไว้
1. ถนนสายหลัก (arterial roads) ได้แก่ ถนนซึ่งทําหน้าที่ให้บริการ และสนับสนุนงานด้านการจราจรเป็นหลัก และการเข้าออกพื้นที่ข้างเคียงและกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นตามแนวถนนจะได้รับการปรับเปลี่ยน เพื่อให้สอดคล้องกับหน้าที่การทํางานของถนนซึ่งเน้นในเรื่องการให้บริการแก่การจราจร
2.ถนนสายรอง (collector roads) ได้แก่ ถนนซึ่งทําหน้าที่ให้บริการแก่การจราจร และการเข้าออกพื้นที่และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นตามแนวถนนร่วมกัน โดยหน้าที่ทั้งสองประการนี้มีความสําคัญ
ใกล้เคียงกัน
3.ถนนสายย่อย (local streets) ได้แก่ ถนนซึ่งมุ่งเน้นในเรื่องการธํารงไว้ซึ่งคุณภาพชีวิตความปลอดภัยคุณภาพสิ่งแวดล้อม และความผาสุกของผู้อยู่อาศัยที่อยู่ริมถนน และมีหน้าที่หลักในการบริการเข้าออกพื้นที่เป็นประเด็นที่สําคัญ และหน้าที่ในการให้บริการแก่การจราจรเป็นประเด็นรอง
การแบ่งประเภทของสันชะลอความเร็ว
สันชะลอความเร็วที่พบได้โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1.ลูกระนาด (speed bump) ลูกระนาดที่พบได้โดยทั่วไปมีลักษณะเป็นส่วนยกที่ก่อสร้างเพิ่มเติมจากพื้นถนน โดยมีระยะฐานกว้างตั้งแต่ 30 ถึง 90 เซนติเมตร (ดูรูป ก) ลูกระนาดโดยส่วนใหญ่ถูกก่อสร้างในบริเวณพื้นที่จอดรถหรือบนถนนส่วนบุคคล ทั้งนี้ความเร็วชะลอของยานพาหนะ ณ จุดที่สัญจรผ่านลูกระนาดอยู่ที่ประมาณ 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือน้อยกว่า
ข้อกําหนดในการใช้ ลูกระนาด(speed bump)
ลูกระนาดสามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเฉพาะกรณีที่ได้รับการก่อสร้างบนถนนในพื้นที่ส่วนบุคคล เช่น อาคารจอดรถ หมู่บ้านจัดสรร เป็นต้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เดินเท้าโดยกําหนดความสูงไม่ให้เกิน 7.5 เซนติเมตร ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดกับยานพาหนะที่สัญจรผ่าน
2.เนินชะลอความเร็ว (speed hump) เนินชะลอความเร็วที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ (ดูรูป ข ) ได้แก่ เนินชะลอความเร็วในรูปแบบที่เรียกว่า Watts profile hump วิจัยพัฒนาและทดสอบโดย Britain’s Transport and Road Research Laboratory ซึ่งเนินชะลอความเร็วที่พบได้โดยทั่วไปมีลักษณะเป็นส่วนยกที่ก่อสร้างเพิ่มเติมจากพื้นถนน โดยมีระยะฐานกว้างมากกว่า 90 เซนติเมตร ทั้งนี้เนินชะลอความเร็วมีได้หลายรูปแบบแต่ในมาตรฐาน
ข้อกําหนดในการใช้ เนินชะลอความเร็ว
เนินชะลอความเร็วสามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุดเมื่อถูกก่อสร้างบนถนนที่มีลักษณะเข้าเกณฑ์ในทุกข้อ ดังต่อไปนี้
2.1 ถนนสายย่อย (local streets) ที่ไม่ใช่ถนนสายหลัก (arterial roads) หรือถนนสายรอง (collector roads)
2.2 ถนนที่มีการจํากัดความเร็วของยานพาหนะไว้ไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
2.3 ถนนที่มีปริมาณการจราจรของยานพาหนะซึ่งมีการสัญจรน้อยกว่า 400 คันต่อชั่วโมง
ในชั่วโมงที่มีการสัญจรสูงสุด
2.4 ถนนที่มีปริมาณการจราจรเฉพาะรถบรรทุกซึ่งมีน้ําหนักตั้งแต่ 4.5 ตันขึ้นไป สัญจรน้อยกว่า 50 คันต่อวัน
2.5 ถนนที่มีความลาดชันตามทางยาวของถนนน้อยกว่าร้อยละ 5
2.6 ถนนที่ไม่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางหลักซึ่งมียานพาหนะสัญจรเข้าสู่ย่านธุรกิจ
2.7 ถนนซึ่งไม่ถูกใช้เป็นทางผ่านเข้าออกประจําของหน่วยงานที่ให้บริการด้านงานฉุกเฉินต่าง ๆ
2 รูปแบบเนินชะลอความเร็วตามมาตรฐานสากล
1.เนินชะลอความเร็วแบบโค้งพาราโบล่า รูปแบบ Watts profile hump ซึ่งมีลักษณะเป็นเสี้ยวโค้งพาราโบล่า กําหนดให้มีฐานกว้าง 3.7 เมตรโดยประมาณ และมีความสูง 76.2 มิลลิเมตร
2.เนินชะลอความเร็วแบบผิวบนแบนราบ กําหนดให้มีความสูงไม่เกิน 75 มิลลิเมตร และมีทางลาดขึ้นและลาดลงที่มีความชันตั้งแต่ 1:12 ถึง 1:15 โดยให้มีความยาวของผิวราบด้านบนในทิศทางที่ยานพาหนะสัญจรผ่านเป็นระยะไม่น้อยกว่า 2 เมตร ซึ่งสามารถใช้เป็นทางคนเดินข้าม (ทางม้าลาย) ได้
หมายเหตุ: รายละเอียดของลักษณะของสันชะลอความเร็วที่แตกต่างไปจากที่กําหนดอาจทําให้ประสิทธิภาพในการควบคุมความเร็วของยานพาหนะบนท้องถนนลดลงหรืออาจทําให้เกิดความเสียหายต่อยานพาหนะของผู้ขับขี่ได้
ข้อกําหนดในการก่อสร้างสันชะลอความเร็ว
การก่อสร้างสันชะลอความเร็วควรสร้างให้ตั้งฉากกับเส้นทางการสัญจรของยานพาหนะ และควรสร้างให้ด้านข้างของสันชะลอความเร็วชิดขอบทางให้มากที่สุด ทั้งนี้ต้องเว้นที่ไว้สําหรับการระบายน้ําได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย สันชะลอความเร็วต้องมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากผู้ขับขี่ยานพาหนะ และมีแสงสว่างที่เพียงพอจากไฟถนนตามสมควร บริเวณทางขึ้นเนินจะต้องมีการทําเครื่องหมายจราจรไว้บนพื้นผิวตามที่ระบุไว้ในข้อ
หมายเหตุ:
1. ป้าย ป1 ใช้สําหรับกรณีที่มีสันชะลอความเร็วจุดเดียว ส่วนป้าย ป1 และ ป2 ใช้คู่กันสําหรับสันชะลอความเร็วแรกในกรณีที่มีสันชะลอความเร็วหลายจุด และป้ายดังกล่าวเหล่านี้ไม่จําเป็นในกรณี
ของการใช้สันชะลอความเร็วเป็นกลุ่มครอบคลุมบริเวณกว้าง
2. รูปตัดด้านข้างของสันชะลอความเร็ว
การกําหนดระยะห่างระหว่างสันชะลอความเร็ว
กรณีของการใช้สันชะลอความเร็วมากกว่าหนึ่งจุด สันชะลอความเร็วแรกต้องมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากผู้ขับขี่ยานพาหนะโดยไม่ทําให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะต้องลดความเร็วลงอย่างกะทันหัน (naturallylow) ในขณะที่ขับขี่ยานพาหนะเข้าสู่สันชะลอความเร็ว หากต้องการควบคุมความเร็วของยานพาหนะให้มีความเร็วช้าอย่างคงที่ในช่วงความยาวระยะหนึ่งของถนน อาจกําหนดให้ใช้สันชะลอความเร็วในหลายจุดในกรณีดังกล่าวควรออกแบบระยะห่างระหว่างสันชะลอความเร็วให้มีความสม่ําเสมอกันมากที่สุด โดยให้คํานึงถึงการเผื่อระยะห่างพอสมควรสําหรับถนนที่เข้ามาเชื่อมต่อด้วย ทั้งนี้ระยะห่างของสันชะลอความเร็วควรมีระยะตั้งแต่ 80 ถึง 120 เมตร เนื่องจากระยะห่างระหว่างสันชะลอความเร็วที่มากกว่า 120 เมตร อาจทําให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะใช้ความเร็วที่มีค่าสูงกว่ามาตรฐานในขณะขับขี่ยานพาหนะอยู่ระหว่างสันชะลอความเร็ว
หมายเหตุ:
1. ป้าย ป1 ใช้สําหรับกรณีที่มีสันชะลอความเร็วจุดเดียว ส่วนป้าย ป1 และ ป2 ใช้คู่กันสําหรับ สันชะลอความเร็วแรกในกรณีที่มีสันชะลอความเร็วหลายจุด และป้ายดังกล่าวเหล่านี้ไม่จําเป็นในกรณีของการใช้สันชะลอความเร็วเป็นกลุ่มครอบคลุมบริเวณกว้าง
2. ในกรณีที่สันชะลอความเร็วถูกใช้เป็นทางคนเดินข้าม (ทางม้าลาย) ให้ใช้เครื่องหมายจราจร และป้ายเตือนคนข้ามทางแทนที่ป้ายเตือนรถกระโดด
3. รูปตัดด้านข้างของสันชะลอความเร็ว
การจัดระบบสันชะลอความเร็ว
การจัดระบบสันชะลอความเร็วมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ใช้สันชะลอความเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้รับการยอมรับจากสาธารณชน การจัดระบบสันชะลอความเร็วควรปฏิบัติตามแนวทาง ดังต่อไปนี้
1. สันชะลอความเร็วแรกควรอยู่ในระยะ 100 เมตร จากต้นถนนสายย่อย เพื่อให้สามารถควบคุมความเร็วของยานพาหนะได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สันชะลอความเร็วต้องอยู่ห่างจากทางแยกต่าง ๆเป็นระยะพอสมควร เพื่อไม่เป็นการขัดขวางการจราจรที่เข้าสู่หรือออกจากถนนบริเวณทางแยก
2. สันชะลอความเร็วต้องไม่กีดขวางทางเข้าออกของพื้นที่ส่วนบุคคล
3. ระยะการมองเห็นสันชะลอความเร็วต้องมีระยะตามสมควร ซึ่งเทียบเคียงได้กับทัศนวิสัยในการขับขี่ยานพาหนะได้อย่างปลอดภัยที่ความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
4. สันชะลอความเร็วควรถูกก่อสร้างตั้งฉากกับทิศทางของการจราจร
5. ระยะห่างระหว่างสันชะลอความเร็วแต่ละจุดควรมีระยะตั้งแต่ 80 ถึง 120 เมตร
6. สันชะลอความเร็วควรมีความยาวด้านข้างเต็มพื้นที่ถนนที่ยานพาหนะสามารถสัญจรผ่านได้ยกเว้นกรณีที่จะต้องเผื่อสําหรับการระบายน้ํา เนื่องจากสันชะลอความเร็วที่มีความยาวด้านข้างไม่เต็มพื้นที่ถนน อาจเป็นเหตุให้ผู้ขับขี่เลี่ยงไปขับผ่านทางด้านข้างที่ไม่ถูกปกคลุมด้วยสันชะลอความเร็ว
7. บริเวณทางสัญจรที่มีสันชะลอความเร็วควรมีแสงสว่างที่เพียงพอ เพื่อให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะสามารถมองเห็นสันชะลอความเร็วได้อย่างชัดเจน
Block "351" not found
ห้างสรรพสินค้า
อาคารสำนักงาน
โรงแรมและรีสอร์ท
สนามบินหรือสถานีขนส่ง
Block "482624" not found
Block "480588" not found
- ดูหน้างาน ฟรี!! (จากปกติมูลค่า 1,500 บาท)
- ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและออกแบบการใช้ที่เหมาะสมกับพื้นที่และการใช้งานจริง
- ไม่ต้องกังวล หากไม่มีความรู้เรื่องงานจราจร เรายินดีให้บริการปรึกษาสินค้าและการติดตั้งฟรี!
- มีบริการจัดส่งให้ฟรีถึงบ้าน เพียงมียอดสั่งซื้อ 499 ขึ้นไปในเขตกรุงเทพและปริมณฑล
- ขยายพื้นที่จัดส่งฟรี เมือซื้อครบ 15,000 ส่งฟรีในเขต นครปฐมและฉะเชิงเทร
- ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีคนติดตั้งให้ เรามีช่างชำนาญ ประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ในการติดตั้งและช่วยเหลือตลอดเวลา
- เทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัย เรามีเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการติดตั้งเพื่อประหยัดเวลา การใช้เครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มความแม่นยำในการติดตั้ง
- มีบริการให้คำปรึกษาเรื่องการใช้งานและการติดตั้ง รวมถึงบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ทำให้ลูกค้ามั่นใจในการใช้งานและได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
- การออกแบบและวางแผนใช้งาน ให้คำปรึกษาและบริการออกแบบการใช้ที่เหมาะสมกับพื้นที่และการใช้งานจริง ทำให้สามารถวางแผนการใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- มีรับประกันสินค้าทุกชิ้น หาที่ไหนไม่ได้แล้ว
- ไม่พอใจสินค้า หรือสินค้าชำรุดเสียหายจากการขนส่ง ทางเรายินดีคืนเงินภายใน 5 วัน
Block "21674" not found
Block "133" not found




Reviews
There are no reviews yet.